เทคโนโลยี Honda SENSING (ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง) เป็นเทคโนโลยีความปลอดภัยจากฮอนด้า ที่ได้รับการพัฒนาขึ้น และใช้ครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่น โดยติดตั้งในรถยนต์ฮอนด้า เลเจนด์ เมื่อปี พ.ศ. 2557 ก่อนถูกนำมาใช้ในประเทศไทย โดยติดตั้งในรถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด เมื่อปี พ.ศ. 2559

เทคโนโลยีฮอนด้า เซนส์ซิ่ง จะผสานการทำงาน ระหว่างกล้องด้านหน้ารถ ร่วมกับเรดาร์ ทำการตรวจจับสภาวะแวดล้อมที่เกิดขึ้นบนท้องถนน แล้วแจ้งเตือนไปยังผู้ขับขี่ พร้อมช่วยควบคุมรถ ในสถานการณ์ที่เสี่ยงจะเกิดอุบัติเหตุ

โดย ณ ปัจจุบันนี้ มีรุ่นรถที่ใช้เทคโนโลยีฮอนด้า เซนส์ซิ่ง ทั้งหมด 7 รุ่น คือ Accord, HR-V e:HEV, CR-V, Civic, Civic Hatchback, City e:HEV และ City Hatchback e:HEV

เทคโนโลยี Honda SENSING ประกอบด้วย…

1. ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนน พร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System หรือ CMBS)

จะช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็ว เมื่อมีรถข้างหน้า มีรถสวนทาง หรือมีคนเดินถนน ซึ่งกำลังอยู่ในระยะที่ไม่ปลอดภัย โดยจะเตือนผ่านทางหน้าจอ สัญญาณเสียง และการสั่นเตือนที่พวงมาลัย

หากหากผู้ขับไม่ตอบสนอง หรือรถอยู่ในระยะที่เสี่ยงจะชน ระบบจะช่วยเสริมแรงเบรกให้แบบอัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชน หรือลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ

2. ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ แบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็ว ตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow หรือ ACC with LSF)

จะช่วยควบคุมความเร็วของรถให้คงที่ตามที่ตั้งค่าไว้ และจะปรับความเร็วของรถแบบอัตโนมัติ เพื่อรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าอย่างเหมาะสม

รวมทั้งจะเบรกหรือหยุดรถ ตามรถคันหน้าแบบอัตโนมัติ ซึ่งเครื่องยนต์จะกลับมาทำงานอีกครั้ง ก็ต่อเมื่อกดปุ่มที่พวงมาลัย หรือเหยียบคันเร่ง

3. ระบบช่วยควบคุมรถ ให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System หรือ LKAS)

จะใช้กล้องหน้าตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ เพื่อช่วยควบคุมรถให้อยู่ภายในช่องถนน

4. ระบบเตือนและช่วยควบคุม เมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning หรือ RDM with LDW)

จะใช้กล้องหน้าตรวจจับเส้นแบ่งช่องจราจร หากรถเบี่ยงออกนอกช่องจราจร ระบบจะส่งสัญญาณเตือนที่หน้าจอ และสั่นเตือนที่พวงมาลัย

แต่หากรถเบี่ยงออกนอกช่องทางมากยิ่งขึ้น ระบบจะหน่วงพวงมาลัย เพื่อให้รถกลับเข้าช่องทาง และหากรถเบี่ยงมากจนอาจเกิดอุบัติเหตุ ระบบจะชะลอความเร็วของรถลง

5. ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam หรือ AHB)

จะปรับไฟสูงให้อัตโนมัติ เมื่อกำลังขับขี่ในที่มืด และจะปรับกลับเป็นไฟต่ำแบบอัตโนมัติ เมื่อมีรถคันอื่นสวนทางมา หรือมีรถคันอื่นขับอยู่ที่ด้านหน้า

6. ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System หรือ LCDN)

เมื่อรถติดหรือรถหยุดนิ่งเป็นเวลานาน แล้วรถคันข้างหน้าเคลื่อนตัว ระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอ และสัญญานเสียง เพื่อให้เคลื่อนที่ตาม

7. ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ แบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control หรือ ACC)

จะช่วยควบคุมความเร็วของรถให้คงที่ ตามที่ผู้ขับขี่ตั้งค่าไว้ และจะปรับความเร็วอัตโนมัติ เพื่อรักษาระยะห่าง จากรถคันหน้า ให้อยู่ในระยะที่เหมาะสมที่สุด